Share

8 ทางลัด จัดเครื่องดูดควันโดนใจ

Last updated: 5 Aug 2022
28055 Views

ในอดีต หลายๆ บ้านอาศัยการระบายอากาศที่ดีในห้องครัว หรือพัดลมระบายอากาศเป็นตัวช่วยในการกำจัดกลิ่นจากการประกอบอาหารภายในบ้านออกไป แต่รู้หรือไม่ว่าการใช้งานเครื่องดูดควันนั้น ช่วยได้มากกว่าแค่การกำจัดกลิ่นเท่านั้น แต่ยังช่วยลดคราบไอน้ำมันเหนียวๆ บริเวณรอบๆ เตาและกลิ่นที่ลอยไปติดตามเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้านได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

ในปัจจุบันเครื่องดูดควันจึงเป็นที่นิยมสำหรับบ้านใหม่ ที่จำเป็นต้องมีกันทุกครัว โดยเฉพาะท่านที่ทำอาหารทานเองกันบ่อยๆ หรือครอบครัวใหญ่ แต่เครื่องดูดควันนั้นมีหลากหลาย หน้าตาคล้ายๆ กันหมด จะเลือกยังไงดีล่ะ วันนี้ Lucky Flame มีเช็คลิสต์ง่ายๆ สำหรับการเลือกเครื่องดูดควันให้โดนใจมาแล้วครับ

1) สามารถเจาะผนังหรือหลังคาได้มั้ย

ถ้าเป็นบ้านเดี่ยวหรืออาคารที่สามารถเจาะผนังหรือหลังคาเพื่อต่อท่อออกได้ แนะนำเลือกใช้เครื่องดูดควันแบบต่อท่อออก (Duct Type) เพราะให้กำลังดูดที่ค่อนข้างสูงและกำจัดไอน้ำมันและกลิ่นได้เป็นอย่างดี แถมยังอายุการใช้งานยืนยาวอีกด้วย

แต่ถ้าเป็นคอนโด หรืออาคารที่ไม่อนุญาตให้เจาะ ก็ต้องพิจารณาเป็นเครื่องดูดควันประเภทหมุนเวียน (Recirculation) ซึ่งใช้แผ่นฟิลเตอร์กรองอากาศ ช่วยกรองไอน้ำมันและกลิ่น คล้ายๆ เครื่องกรองฝุ่นภายในบ้านที่ช่วยให้อากาศที่ดีกลับมาหมุนเวียนภายในห้อง เครื่องดูดควันชนิดนี้จะมีข้อดีตรงติดตั้งง่ายเพราะไม่ต้องเจาะและเดินท่อ แต่ว่ากำลังดูดจะค่อนข้างต่ำจากแผ่นกรอง และจำเป็นต้องทำความสะอาดแผ่นกรอง และเปลี่ยนไส้กรองคาร์บอนเป็นประจำ

2) ติดเครื่องดูดควันตรงไหน

ตำแหน่งของเครื่องดูดควันจะอยู่ด้านบนเหนือเตาเป็นระยะ 65-75ซม. เสมอ แต่ว่าเตาของเราอาจจะอยู่ชิดกำแพง หรืออยู่บนเคาน์เตอร์ลอย (Island) กลางห้องสำหรับห้องครัวใหญ่ๆ ก็ได้ ตรงนี้จึงต้องพิจารณาตรงจุดนี้ในการเลือกเครื่องดูดควันว่าเป็นแบบยึดติดกับกำแพง (Wall-Mount) ยึดติดกับตู้แขวนผนัง (Slim) หรือแบบที่สำหรับเคาน์เตอร์ลอย (Island) ซึ่งยึดกับเพดานครับ

3) ขนาดความกว้างของเตาเท่าไหร่

พิจารณาจากขนาดความกว้างหรือจำนวนหัวเตาของเตา โดยเครื่องดูดควันที่ดีควรกว้างกว่าเตา และยิ่งกว้างยิ่งดักไอได้ดีครับ

- สำหรับเตาที่กว้าง 30-40ซม. หรือ หัวเตาเดี่ยว แนะนำเครื่องดูดควันกว้าง 60ซม.
- สำหรับเตาที่กว้าง 70-80ซม. หรือ 2-3 หัวเตา แนะนำเครื่องดูดควันกว้าง 75-90ซม.

- สำหรับเตาฟู่หลายหัว แนะนำเครื่องดูดควันกว้าง 120ซม. ขึ้นไป

4) กำลังดูดแค่ไหนถึงเพียงพอ

กำลังดูดเครื่องดูดควันหมายถึง อัตราปริมาตรของอากาศที่ถูกดูดออกได้ต่อชั่วโมง (ลบ.ม./ชั่วโมง) ตัวเลขตรงนี้ ยิ่งสูงยิ่งดูดแรงสะใจ ครัวไทยทุกคนนะครับ

- สำหรับครัวทั่วไป แนะนำกำลังดูดที่ 1000 ลบ.ม./ชั่วโมง ขึ้นไป

- สำหรับครัวหนัก ผัดทอดเป็นประจำ แนะนำที่กำลังดูดสูงกว่า 1500 ลบ.ม./ชั่วโมง ขึ้นไป

5) ท่อดูดควันเลือกใช้ยังไง

สำหรับเครื่องดูดควันแบบต่อท่อออก โดยทั่วไปขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของท่อจะอยู่ที่ 120-180มม. ขึ้นกับขนาดทางออกจากเครื่องดูดควัน โดยมีปัจจัยที่มีผลต่อกำลังดูดและเสียงที่เกิดจากเครื่องดูดควันดังนี้

- เส้นผ่านศูนย์กลางท่อ ยิ่งใหญ่ ยิ่งได้กำลังดูดที่สูงขึ้น และเสียงที่เบาลง

- ความยาวของท่อ ยิ่งยาว กำลังดูดจะยิ่งตก ความยาวที่แนะนำไม่เกิน 2 เมตร

- ข้องอของท่อ ยิ่งข้องอมาก กำลังดูดจะยิ่งตก ไม่ควรมีเกิน 2 ข้องอ

ในส่วนของทางออกของท่อ ควรเลือกเป็นหน้ากากกันแมลงสำหรับออกผนัง หรือปล่องหมวกจีนสำหรับออกเพดาน โดยเลือกขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางที่เท่ากับหรือใหญ่กว่าท่อเป็นหลัก

6) รูปร่างหน้าตาตรงใจ เข้ากับครัวหรือไม่

เนื่องจากเครื่องดูดควันจะติดกับครัวเราไปอีกนาน การเลือกเครื่องดูดควันที่สวย ถูกใจ ดูเข้ากับห้องครัวจะช่วยให้เรามีอารมณ์ที่ดีในการประกอบอาหาร ชิมอะไรก็อร่อยได้ครับ จริงๆ นะ 555

7) ฟังก์ชั่นพิเศษ จำเป็นมั้ย

ปัจจุบัน ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า เครื่องดูดควันจึงมีฟังก์ชั่นอัจฉริยะเข้ามาเติมเต็มความสะดวกสบาย อาทิเช่น ระบบทำความสะอาดอัตโนมัติ หรือ ระบบตั้งเวลาการใช้งาน การเลือกฟังก์ชั่นตรงนี้เข้ามาหรือไม่ พิจารณาจากพฤติกรรมการใช้งานอย่างเช่นถ้ามีการเช็ด ทำความสะอาด นำถาดน้ำมันไปเทเป็นประจำ ก็อาจไม่จำเป็นจะต้องมีระบบทำความสะอาด เป็นต้น

8) ใช้ไปนานๆ จะเสียหรือเปล่า

เนื่องจากเครื่องดูดควันจำเป็นต้องมีการติดตั้งเฉพาะและมีการเจาะผนังร่วมด้วย จึงไม่มีใครอยากที่จะเปลี่ยนเครื่องดูดควันบ่อยๆ กันมากนัก แต่เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเครื่องดูดควันไหนตัวไหนที่จะอยู่กับเราไปได้นานที่สุด พิจารณาง่ายๆ ตามนี้ครับ

- ฟิลเตอร์กรองไอน้ำมัน ฟิลเตอร์ชนิดที่นิยมมากที่สุดในปัจจุบันคือแบบซี่ๆ Baffle Filter เป็นแผ่นกรองที่ดักน้ำมันได้ดี และไม่กระทบกำลังดูดมากนักเหมือนแบบตาข่าย (Mesh) แบบแต่ก่อน ฟิลเตอร์ที่ดักไอน้ำมันได้ดีจะช่วยให้ไอน้ำมันไปถึงมอเตอร์และใบพัดน้อยลง ช่วยยืดอายุการใช้งานได้เป็นอย่างดี

- ชนิดมอเตอร์ ปัจจุบันมอเตอร์ข้อเหวี่ยงเป็นที่นิยมแพร่หลายที่สุด เพราะใบพัดจะไม่ได้สัมผัสกับไอน้ำมันตรงๆ เหมือนใบพัดพัดลมแบบแต่ก่อน จึงทำให้อายุการใช้งานค่อนข้างทนทานมากขึ้น

- คุณภาพวัสดุ เครื่องดูดควันที่ใช้วัสดุที่ทนทาน อย่างเช่น สเตนเลสสตีลหรือกระจกนิรภัยเกรดดี มีความหนามากกว่า ย่อมทนทานกว่าเกรดที่ต่ำกว่า หรือ ใบพัดมอเตอร์ที่เป็นโลหะย่อมทนทานกว่าที่เป็นพลาสติก เป็นต้น

- การรับประกันและบริการหลังการขาย เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการใช้งาน ควรเลือกที่มีการรับประกันที่นานและมีศูนย์บริการถึงพื้นที่ อย่างน้อยหากเกิดปัญหาสามารถติดต่อขอคำปรึกษาหรือให้ช่างประจำบริษัทเข้าไปดำเนินการแก้ไขให้ใช้งานต่อได้ ไม่ใช่เสียแล้วเปลี่ยนตัวใหม่เลยทันที

เครื่องดูดควันอัจฉริยะ Lucky Flame RG-911T(N) ตัวใหม่ ไฉไลกว่าเดิม เพิ่มเติมคือระบบทำความสะอาดอัตโนมัติ มาช่วยเสริมทัพกับระบบตั้งเวลาปิด อัพเกรดกำลังดูดถึง 1600 ลบ.ม./ชั่วโมง หน้าเรียบกระจกนิรภัยควบคุมแบบสัมผัสสไลด์ปรับความแรงได้ 20 ระดับ แถมท่อใหญ่ขึ้นเป็น 170มม. ที่สำคัญราคาเท่าเดิม!! แถมรับประกันมอเตอร์นานถึง 10 ปี อุ่นใจใช้กันไปยาวๆ กันเลยครับ

“ลัคกี้เฟลม จุดประกายความสุขทุกครัวเรือน”
 
สอบถามรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติมได้ที่ m.me/luckyflame
เข้าชมสินค้าเพิ่มเติม : www.luckyflame.co.th
แอดไลน์เพื่อติดตามโปรโมชั่น : @LuckyFlame
หรือ https://bit.ly/LINE_LuckyFlame
Lazada : https://www.lazada.co.th/shop/lucky-flame/
Shopee : https://shopee.co.th/luckyflame.official 

#LuckyFlame #ลัคกี้เฟลม #จุดประกายความรู้คู่ครัวเรือน
#เตาแก๊ส #เตาฝัง #เตาไฟฟ้า #เครื่องดูดควัน #เตาอบ #ซิงค์ #เครื่องทำน้ำอุ่น #หัวปรับแรงดัน
#เคล็ดลับ #เลือกเครื่องดูดควัน #Checklist #เช็คลิสต์ #RG-911T 


Related Content
วิธีใช้เตาหุงต้มแบบช่วยประหยัดเงินในกระเป๋า
ไม่ว่าครัวของเราจะใช้เตาแก๊สหรือเตาไฟฟ้า แน่นอนว่า การประหยัดพลังงานถือเป็นเรื่องที่ผู้ใช้ไม่ควรมองข้าม เพราะนั่นหมายถึง การลดลงของค่าใช้จ่ายที่จะตามมาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นค่าแก๊ส, ค่าไฟ ฯลฯ
15 Nov 2021
รู้ก่อนไม่เลิ่กลั่ก ปิ้งย่างแบบไหนดี ใช้เปลวไฟผ่านตะแกรง VS ใช้เปลวไฟผ่านกระทะ
Lucky Flame เชื่อว่ายังมีเพื่อนๆ อีกหลายคนยังไม่สามารถแยกได้ว่า ระหว่าง ปิ้ง กับ ย่าง มันแตกต่างอย่างไร โดยลักษณะในการประกอบอาหารแล้ว มีจุดสังเกตง่ายๆ แค่วัตถุดิบที่เอามาประกอบอาหารนั้น เป็นของสุก หรือของสด ถ้าของสดเรียก ย่าง ถ้าของแห้งเรียกปิ้ง แต่ใช้ไฟเหมือนกัน
3 Jan 2022
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Privacy Policy and Cookies Policy