แชร์

วิธีใช้เตาหุงต้ม แบบช่วยประหยัดเงินในกระเป๋า

อัพเดทล่าสุด: 19 มี.ค. 2022
13821 ผู้เข้าชม

ในวันที่ 1 เมษายน 2565 ราคาก๊าซหุงต้ม LPG กำลังจะเริ่มถูกปรับขึ้นแบบขั้นบันได ในอัตรากิโลกรัมละ 1 บาท 3 ครั้ง โดยราคาก๊าซหุงต้ม LPG จะเพิ่มจากถัง 15 กก. เดือนละ 15 บาท จากถังละ 318 บาท เป็น 333 บาทในเดือนเมษายน 348 บาทในครั้งที่ 2 และจะขึ้นไปถึง 363 บาทภายในปีนี้

ส่วนค่าไฟฟ้าสำหรับเดือน พฤษภาคม-สิงหาคม 2565 จะถูกปรับขึ้นค่าไฟฟ้าผันแปร FT จากเดิมที่ 1.39 สตางค์ต่อหน่วย เพิ่มขึ้นเป็น 24.77 สตางค์ต่อหน่วย ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าพุ่งสูงแตะ 4 บาทต่อหน่วยกันเลยทีเดียว ทั้งนี้ทั้งในส่วนของราคาก๊าซหุงต้มและค่า FT ที่ถูกปรับขึ้นนั้นเป็นผลกระทบมาจากความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครนที่ทำให้ราคาพลังงานในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องนั่นเอง

ในวันที่ราคาพลังงาน ข้าวของเครื่องใช้ ค่าอาหาร ต่างทะยอยกันถีบตัวสูงขึ้น การทำกับข้าวทานกันเองในบ้านจะช่วยเซฟเงินในกระเป๋าได้เป็นอย่างมาก วันนี้ Lucky Flame จึงรวบรวมเคล็ดลับง่ายๆ 12 ข้อ ที่จะช่วยให้ผู้ใช้งานประหยัดค่าใช้จ่ายยิ่งขึ้น ในการทำอาหารทานเองด้วยเตาหุงต้ม ไม่ว่าจะเป็น เตาแก๊ส หรือ เตาไฟฟ้า ก็ตาม

วิธีประหยัดพลังงานและค่าใช้จ่ายจากการใช้เตาหุงต้ม

1) เลือกใช้เตาหุงต้มที่มีฉลากเบอร์ 5 มั่นใจได้ว่าประหยัดแน่นอน

เดี๋ยวนี้ เตาแก๊สก็มีเบอร์ 5 กันแล้วนะครับ การเลือกใช้เตาแก๊สที่มีเบอร์ 5 จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพเชิงความร้อน หรือหมายถึงว่าปริมาณแก๊สที่เท่ากัน ได้ความร้อนที่สูงขึ้นนั่นเอง โดยเตาแก๊สแรงดันต่ำที่ใช้กันในครัวเรือน ถ้ามีเบอร์ 5 จะให้ประสิทธิภาพสูงกว่าเตาทั่วไปในท้องตลาด 10%-20% ขึ้นไปกันเลยทีเดียว


ขอบคุณภาพจาก eppo.go.th

ในส่วนของเตาไฟฟ้า เช่นเดียวกัน เตาแม่เหล็กไฟฟ้าก็มีเบอร์ 5 แล้วนะครับ โดยเตาแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีเบอร์ 5 จะให้ประสิทธิภาพที่สูงกว่า 85% ซึ่งกินไฟแค่ชั่วโมงละ 5-7 บาท ที่ไฟแรงสุดเท่านั้นเอง


เตาแก๊ส TS-T202P รายแรกที่ประหยัดค่าไฟที่สุด เบอร์ 5 สามดาว ที่มา http://labelno5.egat.co.th/new58/?p=1456

2) วางแผนการประกอบอาหารเป็นลำดับขั้นตอนก่อนเริ่มใช้เตา

การวางแผนการทำอาหารเป็นลำดับขั้นตอน และการเตรียมส่วนประกอบไว้พร้อมปรุงทันที จะช่วยลดเวลาสูญเปล่า ร่นระยะเวลาในการปรุงอาหารได้เป็นอย่างมาก

รู้หรือไม่ ว่าการลดช่วงเวลาสูญเปล่าขณะทำอาหาร อาจช่วยให้ประหยัดแก๊สได้มากถึงเดือนละ 1/20 ของถัง 15กก. กันเลยทีเดียว

3) นำอาหารแช่แข็งไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดาหรือในอุณหภูมิห้องก่อนนำมาประกอบอาหาร

การนำอาหารแช่แข็งออกมาไว้ที่อุณหภูมิห้อง ให้คลายความเย็นโดยธรรมชาติก่อนนำมาปรุงอาหาร จะช่วยประหยัดค่าเชื้อเพลิงในการทำให้สุกได้ส่วนหนึ่ง

4) ควรใช้ขนาดของภาชนะที่เหมาะสมกับปริมาณอาหารที่ทำ

ไม่ควรภาชนะที่ใหญ่เกินปริมาณอาหาร หรือการตวงน้ำใส่หม้อที่ปริมาณเยอะเกินไป เนื่องจากมีความร้อนส่วนหนึ่งเสียไปกับภาชนะหรือน้ำส่วนที่ไม่ได้ใช้จริง

5) ไม่เปิดเตาทิ้งไว้ระหว่างเตรียมอาหาร

การเปิดเตาแก๊สหรือเตาไฟฟ้าทิ้งไว้ โดยที่ไม่ได้ใช้งาน ถือเป็นการสิ้นเปลืองพลังงานโดยไม่จำเป็น

คำเตือน การเปิดเตาแก๊สทิ้งไว้โดยที่ไม่มีภาชนะคั่นกลาง อาจทำให้เครื่องดูดควันเสียหายจนไม่สามารถใช้งานได้

6) กรณีใช้เตาแก๊ส ควรเลือกขนาดหัวเตาที่เหมาะสมกับภาชนะ

ไม่ควรใช้ภาชนะก้นเล็กกับหัวเตาขนาดใหญ่ หากจำเป็นควรปรับไฟให้พอดีก้นภาชนะ ไม่ล้นก้นภาชนะออกไปลอยๆ เพราะสิ้นเปลืองแก๊สโดยใช่เหตุ และอาจก่อความเสียหายกับเครื่องดูดควันได้


เตาแก๊สแบบฝัง รุ่น LGS-992BT ให้เปลวไฟได้ 3 ชั้น เต็มประสิทธิภาพกับภาชนะทุกขนาด

7) ควรเลือกประเภทหัวเตาแก๊สให้เข้ากับการใช้งาน

ถ้าเน้นการต้ม นึ่ง ตุ๋น การเลือกใช้หัวอินฟาเรดจะประหยัดแก๊สมากกว่าแบบหัวทองเหลืองถึง 40% เลยทีเดียว

8) หมั่นสังเกตเปลวไฟจากเตาแก๊สอยู่ตลอด

ถ้าเปลวไฟเป็นสีน้ำเงินนิ่งๆ หมายถึง ระดับส่วนผสมของแก๊สพอดีกับอากาศ ทำให้เกิดการเผาไหม้อย่างสมบูรณ์ ให้ความร้อนสูงสุด และไม่มีเขม่าดำติดก้นหม้อให้รำคาญใจอีกด้วย

วิธีแก้ไขเปลวไฟแดง ไฟลอย มีเขม่า

9) ทำความสะอาดหัวเตาแก๊สเป็นประจำ

หากไม่มีการทำความสะอาดหัวเตาแก๊สเป็นระยะๆ อาจก่อให้เกิดปัญหาทางเดินก๊าซอุดตัน การเผาไหม้จะไม่สมบูรณ์ ประสิทธิภาพลดลง เกิดเขม่าและเปลวไฟผิดปกติจนอาจทำให้เตาเสียหายได้

 

10) กรณีใช้เตาไฟฟ้า ควรใช้ภาชนะก้นแบนที่พอดีกับเตาและใช้ภาชนะที่มีเนื้อโลหะรับความร้อนได้ดี

เนื่องจากเตาไฟฟ้าไม่สามารถแผ่ความร้อนผ่านอากาศได้เหมือนเตาแก๊ส แต่เป็นการนำความร้อนผ่านพื้นผิวสัมผัส (เตาเซรามิค) หรือการเหนี่ยวนำให้เกิดความร้อนที่ก้นภาชนะ (เตาแม่เหล็กไฟฟ้า) เราจึงควรเลือกใช้ภาชนะที่ก้นแบน เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงที่สุดจากพื้นที่ผิวสัมพัสกับเตามากที่สุดนั่นเอง นอกจากนี้วัสดุที่เป็นโลหะจะนำความร้อนได้ดีกว่าภาชนะชนิดอื่นๆ ช่วยลดความร้อนสูญเสียได้เป็นอย่างดี

11) เลือกใช้เตาไฟฟ้าชนิดแม่เหล็กไฟฟ้าหรืออินดักชั่น

เตาแม่เหล็กไฟฟ้าจะมองไม่เห็นขดลวดความร้อน ให้ประสิทธิภาพการทำความร้อนที่สูงมากเทียบกับเตาเซรามิค เนื่องจากไม่มีความร้อนสูญเปล่าภายในเตาและหน้ากระจกสูงมากนัก โดยเตาแม่เหล็กไฟฟ้าเบอร์ 5 จะให้ประสิทธิภาพการทำความร้อนสูงถึง 85% ขึ้นไปเลยทีเดียว ในขณะที่เตาเซรามิคหรือขดลวดความร้อนจะมีประสิทธิภาพได้เพียง 50%-75% เท่านั้นเอง

12) ก่อนประกอบอาหารเสร็จ สามารถปิดสวิตช์เตาไฟฟ้า แล้วใช้ความร้อนที่สะสมอยู่แทนได้

เนื่องจากโลหะนำความร้อนได้ดี ก็สามารถเก็บความร้อนได้ดีด้วยเช่นกัน ดังนั้นภาชนะโลหะที่ใช้ร่วมกับเตาไฟฟ้านั้นจะคงความร้อนต่อไปได้หลังจากปิดเตาแล้วเป็นระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งเราสามารถใช้ประโยชน์จากตรงนี้เพื่อประหยัดพลังงานได้อีกส่วนหนึ่งอีกด้วย

รู้หรือไม่ ลัคกี้เฟลมเรามีสินค้าที่ได้ฉลากเบอร์ 5 ประสิทธิภาพสูงรวมกันมากกว่า 100 รุ่น และเรายังคงพัฒนาต่อไปอย่างไม่หยุดยั้งเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของคนไทยทุกคน

ลัคกี้เฟลม จุดประกายความสุขทุกครัวเรือน

เตาแก๊ส

เตาไฟฟ้า


บทความที่เกี่ยวข้อง
วิธีถนอมการใช้งานของอุปกรณ์คู่ครัวต่างๆ
การดูแลเอาใจใส่ที่ดี จะช่วยยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์คู่ครัวต่างๆ อาทิ เตาแก๊ส, เตาไฟฟ้า, ตู้เย็น, เตาอบ ฯลฯ ได้ยาวนานขึ้นมา แต่ว่าแต่ละอุปกรณ์จะมีรายละเอียดของการดูแลรักษาที่แตกต่างกันออกไป วันนี้ Lucky Flame จะมาจุดประกายเรื่องดังกล่าวให้ได้ทราบกันครับ
4 ก.พ. 2022
กุ้งเทมปุระ ทำเองได้ ไม่ยากอย่างที่คิด
กุ้งเทมปุระ เมนูแสนอร่อย โดนใจคนทุกช่วงวัย ที่ดูแล้วน่าจะทำยากมากๆ แต่ทำได้ง่ายนิดเดียว เรามาทำกุ้งเทมปุระโฮมเมดกันเถอะ
10 มิ.ย. 2022
ครบรอบ 47 ปี ลัคกี้เฟลม เตาแก๊ส เครื่องดูดควัน ของคนไทย
กว่า 47 ปี ที่เรา บริษัท ลัคกี้เฟลม จำกัด พยายามมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่อง เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของคนไทย โดยในปีนี้มอบให้เป็นทุนการศึกษาแก่บุตรพนักงาน ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติต่อไปในอนาคต
15 ก.ย. 2022
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้